คนรุ่นใหม่สร้างชุมชน มุ่งเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทย

การพัฒนาการศึกษาเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในระดับรากฐาน สังคมไทยฝากความหวังของประเทศไว้กับ ครู โรงเรียน และผู้ออกนโยบาย แม้ตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จะมีการกระจายอำนาจและทรัพยากรในการพัฒนา แต่กระนั้นยังไม่สามารถปรับตัวได้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบัน ทำให้รูปแบบวิธีการสอนไม่สอดคล้องกับการเรียนรู้ของผู้เรียนยุคใหม่ จากปัญหาที่เกิดขึ้นจึงเกิดเป็นคำถามว่า ‘เราจะสร้างการศึกษาเพื่อช่วยลดความทุกข์ของสังคม และก่อประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียนได้อย่างไร ไม่นับรวมการสร้างห้องเรียนที่มีความสุขต่อทั้งตัวครูและนักเรียนด้วย’



เมื่อวันที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา โครงการก่อการครูและโครงการผู้นำแห่งอนาคต ดำเนินการโดยคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ (LSEd)  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงได้จัดวงเสวนา “การประชุมปฏิบัติการสานพลังเครือข่ายก่อการครู” ณ คณะ LSEd มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  รังสิต ร่วมกับกลุ่มผู้มีพลังในการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับการศึกษา ทั้งครูและอาจารย์ในระบบระดับชั้นมัธยมศึกษาและมหาวิทยาลัย ผู้ประกอบการเพื่อสังคม (Social Enterprise) ด้านการศึกษา และคนทำงานสื่อสาร รวมจำนวนกว่า 60 คน จาก 35 องค์กร เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดกันว่าจากต้นทุนทางความรู้ ความคิด และโมเดลในการทำงานต่าง ๆ ที่แต่ละคนพัฒนามา เขาจะสามารถนำมาหนุนเสริมการทำงานเพื่อเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทยให้เป็นไปดังภาพฝันที่สังคมต้องการได้อย่างไรบ้าง ซึ่งในขั้นแรกทุกฝ่ายต่างทำความรู้จัก แชร์การทำงาน และบอกเล่าความต้องการแก่กันและกัน เพื่อแต่ละคนในชุมชนเพื่อการเรียนรู้ (Professional learning community : PLC) แห่งนี้ จะได้นำกลับไปขบคิดพัฒนาแผนการทำงานหนุนเสริมกันต่อไป

“คุณพฤหัส พหลกุลบุตร” มูลนิธิสื่อชาวบ้าน (มะขามป้อม)

“คุณพฤหัส พหลกุลบุตร” มูลนิธิสื่อชาวบ้าน (มะขามป้อม) หนึ่งในผู้ร่วมจุดประกายพื้นที่การเรียนรู้นี้ ได้อธิบายถึงการจัดงานว่า “การจัดเวทีนี้มาจากความต้องการของ รศ.ดร.อนุชาติ พวงสำลี คณบดีคณะ LSEd ว่า อยากให้คนรุ่นใหม่ที่ทำเรื่องการศึกษาซึ่งอาจมีโมเดลเก๋ ๆ ได้เจอกับครูที่เป็นเจ้าของปัญหาจริง  เพราะที่ผ่านมาคนทั้ง 2 กลุ่มนี้แทบไม่เคยได้เจอกัน เราจึงจัดเป็นเวที Round Table เพื่อให้คนต่างองค์กรและต่างบริบทการทำงานได้มาทำความรู้จักกันอย่างลึกซึ้ง มากกว่าการรู้จักกันทางช่องทางออนไลน์ เพื่อที่จะเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย และหนุนการทำงานซึ่งกันและกัน โดยส่วนตัวผมเองก็สนใจนิเวศการเรียนรู้ใหม่ ๆ ที่มีนอกเหนือไปกว่าตัวละครเก่า ครู กระทรวง ผมรู้สึกว่าโลกมันเปลี่ยนไปแล้ว คนที่ขยับการทำงานอยู่รอบนอกมีบทบาทสำคัญในการทำงานคุณภาพเยอะเลย ถ้ามันมีวิธีการ มีแพลตฟอร์มในการเชื่อมโยงใหม่ ก็น่าจะได้มีการปรับเปลี่ยนโมเดลเหล่านั้นให้ไปไกลยิ่งขึ้นอีก”

“คุณณัฐพล อิสระเสรีรักษ์” โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา พุทธมณฑล

“คุณณัฐพล อิสระเสรีรักษ์” โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา พุทธมณฑล ได้สะท้อนว่า “เป้าหมายระยะสั้นที่ตั้งใจจะสร้างการเปลี่ยนแปลงในตอนนี้ คือ อยากให้เด็กได้รับการประเมินการเรียนการสอนด้วยวิธีการที่นอกเหนือจากการทำข้อสอบ และอยากเติมเต็มเรื่องทักษะชีวิตลงไปในกระบวนการสอนเพื่อให้เด็กนำไปใช้ประโยชน์ได้ในชีวิตประจำวัน โดยการมาเข้าร่วมในครั้งนี้ทำให้เห็นลู่ทางในการจะได้แลกเปลี่ยนทักษะและองค์ความรู้ เพื่อเอามาเติมเต็มการทำงานซึ่งกันและกัน”

“คุณอรุณฉัตร คุรุวาณิชย์” Co-founder องค์กร Life Education

“คุณอรุณฉัตร คุรุวาณิชย์” Co-founder องค์กร Life Education ได้สะท้อนว่า “สิ่งที่กำลังเสาะหาตอนนี้คือกระบวนการทำงานใหม่ในเรื่องการจัดการพฤติกรรมวัยรุ่นในโรงเรียนด้วยวิธีการเชิงบวก ที่ไม่ใช่แค่บอกว่า ‘อยากให้เขาดีอย่างไร’ แต่เป็นวิธีการที่ดีเพียงพอกับการจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยไม่ใช้ความรุนแรง สำหรับการเข้าร่วมในวันนี้ทำให้ได้เห็นแง่มุมการทำงานที่สามารถเชื่อมโยงต่อกัน คิดว่าควรจะมีเวทีแบบนี้อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เกิดการถ่ายเทองค์ความรู้ และสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้กับการศึกษา”

“คุณธนชัย วรอาจ” ผู้ผลิตเนื้อหาสื่อออนไลน์เพจ echo

และ “คุณธนชัย วรอาจ” ผู้ผลิตเนื้อหาสื่อออนไลน์เพจ echo ได้สะท้อนว่า “สิ่งที่กำลังทำตอนนี้คือการผลิตเนื้อหาที่ ‘ตอบสนองความต้องการของสังคม’ หรือ ‘การทำให้คนเท่ากันมากขึ้น’ หนึ่งในนั้นคือเรื่องการศึกษา โดยเลือกที่จะเล่าเรื่องของคนที่เผชิญกับความเหลื่อมล้ำ ไปจนถึงกระทั่งเรื่องของคนบนกระทรวง เพื่อให้สังคมตระหนักถึงเรื่องนี้ การมาเข้าร่วมครั้งนี้เห็น 2 เรื่อง หนึ่งคือการลงมือทำจริงของผู้เข้าร่วมในการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ชีวิตของคนในสังคมดีขึ้น แม้จะไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำไปแล้วจะสร้างผลกำไรหรือไม่ เรื่องที่สอง คือ การเกิดขึ้นของเครือข่ายคนที่พร้อมจะทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง ไม่ใช่เกิดจากใครอยากทำบ้างยกมือหน่อย พวกเขาลงมือทำแล้วและจะทำต่อไปอีก”

เวทีนี้เป็นเพียงเวทีเริ่มต้นเปิดชุมชน (PLC) เพื่อก่อการเปลี่ยนแปลงให้กับการศึกษาไทย และชุมชนนี้ยังต้อนรับทุกท่านไม่ว่าจะมีอาชีพประจำอะไร ขอเพียงคุณมีแนวคิด มีความมั่นใจ ในการจะขับเคลื่อนงาน การก่อการนี้จะเป็นอีกหนึ่งการขยับเขยื้อนของสังคมที่ “ประชาชน” หรือ “ผู้นำร่วม (Collective Leadership)” ลุกขึ้นมาทำให้ตระหนักว่า เราสามารถมีส่วนทำให้การศึกษาไทยตอบโจทย์ความต้องการของสังคม ติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง Facebook ‘โครงการผู้นำแห่งอนาคต Leadership for the Future’ และ ‘ก่อการครู’

No Comments Yet.

Leave a comment