“เพราะความฮู้มีอยู่สุเเก” | รู้จัก มหา’ลัยไทบ้าน #เรียนรู้ดูทำ

ในยุคที่การศึกษาเปลี่ยนผันตามความเปลี่ยนแปลง โรงเรียนและมหาวิทยาลัยในระบบปัจจุบัน อัดฉีดความรู้ได้เพียงพอไหม “ความฮู้มีอยู่สุเเก” เสียงนักเรียนรู้ ‘มหาลัยไทบ้าน’ ดังก้อง สื่อความภาษาอีสานเป็นคำตอบบนความเชื่อว่า “ความรู้มีอยู่ทุกที่” และตอนนี้พวกเขาได้สร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้เพื่อแชร์ภาพฝันให้ชัดเจนขึ้นใน อ.สีชมพู อ.ภูผาม่าน จ.ขอนแก่นและอ.ภูกระดึง จ.เลย

ครูก่อการปั่น สังเกตกายใจ เห็นอะไรที่ซ่อนอยู่

ถ้าพูดถึง กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ผมคิดว่าหลาย ๆ คน คงจะนึกถึงกิจกรรมที่มีอยู่ในหลักสูตรของโรงเรียน กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียน กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ แล้วปั่นจักรยานมันเป็นกิจกรรมส่วนไหนของการศึกษาในระบบ มีอะไรซ่อนอยู่ ผมขอชวนผู้อ่านจินตนาการว่ากำลังนั่งบนเบาะ แล้วปั่นจักรยานไปพร้อมกับเรา

“กาฬสินธุ์ศึกษา” ปลายฝันชุมชนแห่งการเรียนรู้

ครูผู้มีความรักในการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการเป็นครูย้อนไปช่วง 3 ปีก่อนว่าได้ออกเดินทางไปกับเพื่อนครูคู่ชีวิต นำปลายทางฝันพร้อมแรงบันดาลใจ ไปเติมความรู้และหาแนวร่วมจากกระบวนการพัฒนาครูรูปแบบใหม่ที่มีชื่อว่า “ก่อการครู” รุ่นแรก ที่คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กับเครือข่ายองค์กรภาคีที่ทำงานด้านการศึกษาและการพัฒนามนุษย์ได้ปลุกปั้นขึ้นถึงแม้ในบริบทความเป็นชุมชน “

การศึกษาความเป็น “ไท” โดยเหล่าครูก่อการและหนุ่มสาวไทบ้าน

เราเชื่อมาตลอดว่าการเรียนรู้ที่สนุก ทรงพลัง และมีความหมายมากที่สุด คือเรียนแบบไม่รู้สึกว่ากำลังเรียน กลุ่มคนตัวเล็กตัวน้อยและคนรุ่นใหม่ที่เชื่อเหมือนกับเราจึงได้ก่อการ รวมตัวกันก่อตั้ง “มหาลัยไทบ้าน ปี 1” ขึ้นในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

More Than Art อำนาจของศิลปะ และธรรมชาติ

หลังจากที่ทุกคนทานอาหารมื้อกลางวันเสร็จ สมาชิกผู้ร่วมชั้นครบแล้ว ก็ได้เวลาเคลื่อนพล “ห้องเรียนธรรมาชาติ” ด้วยกระบะสองคันรถ โดยห้องเรียนธรรมชาติวันนี้ห่างออกไปประมาณ 15 กิโลเมตร ระหว่างทางนั่งรถจากชุมชนเราไปยังเป้าหมายของบ่ายนี้ ครูชวนนักเรียนสังเกตและช่วยกันนับพืชพรรณ และพืชผลทางการเกษตรของแต่ละชุมชนว่าเขาปลูก หรือทำอะไรกันบ้าง

ภูเขาหลังบ้าน ใกล้เเค่ไหน ก็ไม่เคยไปถึง

การเรียนการสอนออนไลน์ ตอบโจทย์ครู หรือ ผู้เรียนบางกลุ่ม แต่ยังมีอีกหลายคน หลายกลุ่ม ที่ตกหล่นและกำลังจะหลุดหายไปจากระบบการศึกษาที่มีโรงเรียนทำหน้าที่จัดการเรียนรู้ให้กับนักเรียน “ห้องเรียนธรรมชาติ และชุมชน” จึงเป็นทางเลือกน้อย ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาให้กับครู และกลุ่มนักเรียนดังกล่าวที่เข้าไม่ถึงการเรียนทางไกล หรือเข้าถึง แต่พลังสายตาและหัวใจอ่อนล้า และเหน็ดเหนื่อยเหลือเกินกับการเรียนออนไลน์ โดยเริ่มต้นจากผมเอง ที่มองเห็นปัญหาจากความทุกข์ของตนเอง และความทุกข์ของนักเรียน ที่ต้องทำอะไรสักอย่าง

วิชาคณิตศาสตร์กับห้องเรียนฐานสมรรถนะออนไลน์

เรียนคณิตศาสตร์ไปทำไม? เป็นคำถามหรือคำกล่าวที่มักจะได้ยินกันบ่อย ๆ เมื่อเรียนในชั้นสูงขึ้นคำถามนี้จะยิ่งมีมากขึ้นมาดูกันว่าเเล้วเรียนคณิตไปทำไม เเล้วถ้าจะสอน ต้องสอนคณิตศาสตร์อย่างไรให้ได้สมรรถนะ

หลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะในโรงเรียนไทย ไม่ใช่เเค่เพิ่งปรับเเต่ที่นี่เปลี่ยนมาเเล้วกว่า 2 ปี

เมื่อต้องปรับเป็นการศึกษาฐานสมรรถนะ เชื่อว่าทั้งคุณครูเเละผู้บริหารต่างก็มีความกังวลว่าในการปรับหลักสูตรครั้งนี้ต้องปรับตัวอย่างไรบ้าง มีความยากง่ายเเละท้าทายเเค่ไหน เเละเเน่นอนว่าเมื่อปรับเเล้วเกิดผลอะไร ก่อการครูพาทุกคนมารู้จักกับโรงเรียนฐานสมรรถนะในบริบทของประเทศไทยกันบ้างไม่ใช่เเค่เพิ่งปรับเเตที่มีเปลี่ยนเป็นฐานสมรรถนะมากว่า 2 ปีเเล้ว เเต่ละขั้นตอนการเปลี่ยนเเปลงเป็นอย่างไรบ้างจากการทำงานลงมือจริงหน้างานโดยผอ.วี หรือคุณปวีณา พุ่มพวง ที่จะมาฉายภาพการศึกษาฐานสมรรถนะในบริบทโรงเรียนไทยให้เรากัน

1 2 3 7