เวทีบ่มเพาะภาวะการนำร่วมสำหรับพลเมืองรุ่นใหม่

บ่มเพาะภาวะการนำร่วมสำหรับพลเมืองรุ่นใหม่ (Collective Leadership for Young Active Citizen) หนึ่งในภารกิจหลักของโครงการผู้นำแห่งอนาคต คือ การพัฒนาสภาวะการเป็น ผู้นำกระบวนทัศน์ใหม่ (New Paradigm Leadership) ที่มีจิตวิญญาณและมีหัวใจของความเป็นมนุษย์ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาตนเองจากภายใน ทั้งการฝึกสติรู้ตัวเท่าทันตน การมีจริยธรรมคุณธรรม (Ethical Leadership) ให้คุณค่ากับภาวะการนำร่วม (Collective Leadership) และอุทิศตนมุ่งมั่นต่อการสร้างการเปลี่ยนแปลงทั้งต่อตนเองและต่อส่วนรวม (Transformative Leadership) อันเป็นการขับเคลื่อนสังคมสู่วิถีสุขภาวะทางปัญญา

โดยโครงการได้เล็งเห็นว่าคนรุ่นใหม่จำนวนมาก มีความคิดและมีจิตอาสาในการทำงานเพื่อสังคม รวมถึงเชื่อมั่นในศักยภาพและพลังของคนรุ่นใหม่ โครงการจึงวางแผนการทำงานหนุนเสริมคนรุ่นใหม่อย่างเข้มข้นในระยะยาว

ด้วยการสร้างพื้นที่ร่วมในการเรียนรู้และสัมผัสกระบวนการสร้างเสริมภาวะการนำด้วยกระบวนทัศน์ใหม่ เพื่อเชื่อมโยงมิติการเติบโตภายในจิตใจ

อาทิ การยกระดับการฟังอย่างลึกซึ้ง เปิดรับความเห็นต่าง และสร้างพื้นที่แห่งการเคารพร่วมกัน ผ่านการจัดเวทีบ่มเพาะภาวะการนำร่วมสำหรับพลเมืองรุ่นใหม่ (Collective Leadership for Young Active Citizen) รุ่นที่ 4

โดยได้รับเกียรติจาก คุณน้อง – ธนัญธร เปรมใจชื่น และทีมงานจากสถาบัน 7 Presents ในการนำกระบวน ปูพื้นฐานเตรียมความพร้อมกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งจะก้าวมาเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมออกจากภาวะวิกฤติการณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และเป็นกำลังหลักในการสร้างความเปลี่ยนแปลงแก่ประเทศต่อไป

ผู้นำและภาวะการนำกระบวนทัศน์ใหม่

ในบริบทนี้ หมายถึงสภาวะความเป็นผู้นำที่ให้คุณค่ากับศักยภาพ และการพัฒนาด้านใน (Self-leadership) เพื่อก้าวข้ามมายาคติ ความคิด และความเชื่อเดิม ๆ ของผู้นำเชิงอำนาจ หันกลับมาพัฒนาความสามารถเชิงการสะท้อน ย้อนมองตนเอง (Reflexivity) การเชื่อมโยงกับสรรพสิ่ง (Connectivity) การเรียนรู้ใหม่ และเปลี่ยนแปลงตนเอง (Renewability) และความรับผิดชอบ (Responsibility) ทั้งต่อตนเอง ผู้อื่น สังคม และสิ่งแวดล้อมรอบตัว
สภาวะการนำแห่งอนาคตจึงเน้นความเป็นผู้นำแบบรวมหมู่และหลากหลาย (Collective หรือ Ecology of leadership) มีจิตสำนึกและความประพฤติที่ซื่อตรง มุ่งประโยชน์สุขของส่วนรวม (Ethical leadership) และสามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นอย่างมีพลัง (Transformative leadership) ทั้งในระดับบุคคล องค์กร และสังคม

มีจริยธรรม (Ethical ladership)

การเป็นผู้นำที่ตระหนักรู้ว่า ตนเองยึดถือชุดคุณค่าทางจริยธรรมแบบใด สิ่งที่ยึดถืออยู่ไปกดทับชุดคุณค่าอื่น ๆ หรือไม่ และสามารถเปิดใจเรียนรู้ชุดคุณค่าทางจริยธรรมที่แตกต่างจากที่ตนเองยึดถือได้หรือไม่ สุดท้ายคือการตระหนักรู้ว่า พฤติกรรมของตัวเองมีผลกระทบต่อผู้อื่นอย่างไร จนเกิดจิตสำนึก และสามารถหาความสมดุลระหว่างชุดจริยธรรมที่ตนเองยึดถือกับชุดจริยธรรมอื่น ๆ

นำร่วม (Collective leadership)

โครงการเชื่อว่า การนำและการเปลี่ยนแปลงสังคมไทย ไม่สามารถฝากความหวังไว้ที่ผู้นำแบบเดิม ที่มีลักษณะแบบนำเดี่ยวหรือการนำแบบวีรบุรุษ (Heroic leadership) ซึ่งอาจไม่เท่าทันกับการแก้ไขปัญหาสังคมที่มีความซับซ้อน จนส่งผลกระทบในวงกว้าง และอาจสร้างปัญหาตามมาอีกหลายประการ

การนำร่วม จึงเป็นแนวทางในการนำโดยใช้ปัญญาร่วมจากสังคม เปิดพื้นที่ให้บรรดาผู้นำจากหลากหลายภาคส่วน ได้มาพูดคุยแลกเปลี่ยนชุดความรู้ สร้างความสัมพันธ์ รับฟังกัน นอกเหนือจากเรื่องงาน รวมถึงมีการใช้กระบวนการที่ทำให้เกิดปัญญาร่วมของกลุ่มขึ้น เพื่อสร้างรูปแบบการนำอย่างมีส่วนร่วมแบบหนึ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม

การเปลี่ยนแปลง (Transformative leadership)

โครงการเชื่อว่า ทุกคนสามารถเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงได้ และการเป็นผู้นำในรูปแบบนี้เกิดจากการที่แต่ละคนเริ่มตระหนักรู้ในตัวเองและเห็นการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น เชื่อมโยงไปสู่การเปลี่ยนแปลงในตัวเอง และสามารถแผ่ขยายไปสู่ผู้อื่นในสังคมได้ เช่น บางคนอาจเป็นคนจุกจิกชอบจับผิดคนอื่นโดยไม่รู้ตัว ทำให้เพื่อนร่วมงานทำงานด้วยความทุกข์อย่างมาก แต่เมื่อเขาหรือเธอรู้ตัวและเห็นว่าพฤติกรรมของตนเองสร้างความทุกข์แก่คนอื่นอย่างไร จึงเริ่มฝึกฝนการมองผู้อื่นด้วยความชื่นชมและความกรุณา มองเห็นโอกาสเติบโตมากกว่าข้อผิดพลาด จึงเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติต่อเพื่อนร่วมงาน จนเกิดบรรยากาศในการทำงานที่มีความสุข และมีความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันตามมา

(YL #4)